17
ก.พ.

เป็นทฤษฎีการตลาดขั้นพื้นฐาน หากแบรนด์สินค้าและบริการอยาก “ขายของ” โกยเงินได้ จะต้องรู้จักและเข้าใจความต้องการเชิงลึก ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้ได้แบบทะลุทะลวง 

โดยเป็นประจำทุกปี ที่บรรดานักวิจัยการตลาดจะต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่เห็น และเปลี่ยนแปลงไป เพื่อตกผลึกเป็น“เทรนด์” สำหรับใช้เป็นคัมภีร์ในการทำตลาดในแต่ละปี

โดยหลายปีที่ผ่านมา วรรคทอง “ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ได้ยินกันหนาหู ไม่ใช่แค่หมู่นักการตลาด ทว่ากระจายไปยังธุรกิจทุกเซ็กเตอร์ แต่ภาพการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลจะเป็นอย่างไรในอนาคต ยังเป็นเรื่องที่ยากคาดเดา สิ่งที่ธุรกิจทำได้คือ“การบริหารจัดการ”องค์กร วางแผนทำตลาดให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เป็นหนึ่งในผู้อยู่รอดและเติบโต

อีกคำที่ต้องพูดคือ “เศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายไม่ดี” พ่วงตามกันมา จนกระทบการค้าขาย แต่มีอีกมุม “หากเศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคอาบน้ำน้อยลงไหม ใช้ของ(สินค้า)สบู่ แชมพู หรือทานข้าวน้อยลงหรือไม่” การตั้งคำถามจาก สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโร (ประเทศไทย) จำกัด ที่สะท้อนปัจจัยอื่น โดยเฉพาะ วิถีผู้บริโภคเปลี่ยน กำลังเข้ามามีผลต่อการค้าขายมากขึ้นไม่ใช่แค่ประเด็น เศรษฐกิจ” เท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยลบดังกล่าว กลับมี “ผู้มั่งคั่ง” จากการทำธุรกิจมากมาย

ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีจริง คงไม่มีคนรวยเกิดขึ้น การมีคนรวยเพิ่มสะท้อนว่ามีคนเข้าใจสถานการณ์ตลาดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเข้าใจผู้บริโภค

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เฟซบุ๊ค” เปรียบเสมือนประเทศๆหนึ่งและมีขนาดใหญ่สุดของโลกไปแล้ว เพราะผู้บริโภคจำนวนมหาศาลสิงสถิตย์ ทุ่มเวลาให้กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดังกล่าวหลายชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ประเทศเฟซบุ๊คการแยก “เจเนอเรชั่น” ยาก การเกิดมากับโซเชียลมีเดีย คนเหล่านี้ให้ความสำคัญกับ คุณค่า(Value) ความเชื่อ(Passion) การเลือกซื้อสินค้าจึงอิงเรื่องดังกล่าวมากขึ้น

หมดยุคตัวกูของกู ผู้บริโภคยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณค่า ทั้งต่อตัวเอง สังคม และโลก (Planet) จากประสบการณ์ที่มีผลต่อการซื้อสินค้า แต่เทรนด์ปีนี้ผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าที่สะท้อนคุณค่ามากขึ้น

โดย 5 เทรนด์ผู้บริโภคยุคมองคุณค่าสินค้าและบริการมากขึ้น มีดังนี้

1.ฉาบฉวย คนรุ่นใหม่ เจนซี(Z) โตมากับเทคโนโลยี และทุกสิ่งต้องทันทีหรือ Realtime รวมถึงมองหาความสะดวกสบายในชีวิต สินค้าและบริการที่มีคุณค่าโดนใจกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ หนีไม่พ้นการส่งสินค้าเดลิเวอรี่ กลายเป็น “ขุมทรัพย์” ของธุรกิจสตาร์ทอัพ เจ้าแห่งเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น แกร๊บฟู้ด ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า ซึ่งเติบโตกันอย่างมาก วิธีการเรียนรู้ไม่ต้องแสวงหา แต่เรียนออนไลน์ได้ การเรียนภาษา ที่เสียเงินมากมายเรียนแล้วอาจลืม จึงเลือก “แอ๊พพลิเคชั่นแปลภาษา” ที่ทำให้ชีวิตดีกว่าเดิม

ในระดับโลกผู้บริโภค 67% มองหาสินค้าที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ตัวอย่างแบรนด์ Amazon ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการชำระเงินด้วยการสแกนนิ้วมือ(palm-based payment system) ใช้เวลาเพียง 3 วินาที จากเดิม 30 นาที

“คนกลุ่มนี้อุ่นอาหารแช่แข็งรับประทานได้ โดยไม่ต้องปรุงสด เพื่อยอมแลกกับความสบาย ใช้แอพแปลภาษาเครื่องเดียว แปลได้ 40 ภาษาเดินทางเยือนทั่วโลก หรือเรียนหนังสือผ่านออนไลน์ ทำให้ธุรกิจเรียนออนไลน์เติบโตขึ้นทุกปี ธุรกิจการเรียนการสอนแบบเดิมไม่ดี แบบนี้เป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีหรือเปล่า”

2.รักตัวกลัวตาย พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันให้ความใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เช็กการเดิน วิ่ง หายใจ การนอน ปริมาณน้ำตาลฯ ทำให้เครื่องมือในการติดตามสถานะสุขภาพแบบเรียลไทม์เติบโตขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทวอช แอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งคาดการณ์จะมีมูลค่าถึง 972.4 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2566 ส่วนเครื่องมือติดตามสุขภาพในตลาดสหรัฐ คาดจะมีมูลค่า 67,982.2 ล้านดอลลาร์ โต 2 เท่า จากปี 2559

ขณะห้างค้าปลีกวอลมาร์ท ได้แตกไลน์จากธุรกิจรีเทลสู่คลินิก ตอบสนองการตรวจเช็คสุขภาพภายในห้างได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงพยาบาลราคาแพง

3.ชอบใช้กำลังภายใน เมื่อผู้บริโภคยุคปัจจุบันคิดบวกมากขึ้น และไม่ต้องการความเครียด หรือติดแหง็กกับโซเชียลมีเดียมากเกินไป ทำให้สินค้าที่มาแรงจะเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสม “กัญชา”(Canabis) และสินค้าที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น น้ำหอมที่มีคุณสมบัติทำให้อารมณ์ดี ไม่แค่มีฟังก์ชั่นหอมเท่านั้น โรงแรมที่มีเสียงทำให้ผู้เข้าพักหลับสบาย เป็นต้น

4.โพธิสัตว์ ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีจิตใจที่ดีงาม และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และโลก พฤติกรรมการบริโภคจึงเลือกซื้อสินค้าออแกนิก สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กินเนื้อสัตว์น้อยลง กินผักหรือขยับสู่การเป็น Vegan เติบโตมากขึ้น เลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง

“คนเหล่านี้ยังใช้แชมพู สบู่ แต่จะเลือกสินค้าที่ไม่ทำลายโลก กลุ่มนี้น่าสนใจเพราะเป็นกลุ่มที่ซื้อสินค้าแพงได้”

เทรนด์สุดท้าย 5.ชายไม่จริง หญิงแท้ บทบาทด้านเพศในปี 2020 จะลดลงจนอาจเห็นภาพไม่แบ่งเพศ หรือ No Gender ดังนั้นสินค้าและบริการจึงต้องมองโอกาสในการทำตลาดกับกลุ่มนี้ สินค้าต้องมีความหลากหลายทางเพศหรือ Unisex มากขึ้น ในระดับโลก สหรัฐฯ เปิดกว้างการระบุเพศบนใบขับขี่เป็น X ได้ รองเท้าแบรนด์ Allbirds ผลิตสำหรับกลุ่มเป้าหมาย Unisex การแต่งตัวของศิลปินวัยรุ่นสะท้อนความฟรีสไตล์ทางเพศมากขึ้น